3 ปัจจัย ที่ทำให้แฟนบอลทีมชาติอังกฤษ กลับมามีความหวังอีกครั้งหนึ่ง

3 ปัจจัย ที่ทำให้แฟนบอลทีมชาติอังกฤษ กลับมามีความหวังอีกครั้งหนึ่ง

แฟนบอลที่ติดตามเชียร์ทีมชาติอังกฤษมาตลอด มักจะพบกับความผิดหวังในการรายการใหญ่ ๆ เสมอ แต่หลังจากมีปัจจัยเหล่านี้เข้ามา ทำให้ทีมมีผลงานดีจนมีความหวังอีกครั้ง

จากผลงานการแข่งขันของ ทีมชาติอังกฤษ ในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ที่สามารถทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะจบทัวร์นาเมนท์ที่อันดับ 4 หลังจากแพ้ในรอบชิงที่ 3 ให้กับทีมชาติเบลเยียม แต่ก็นับว่าทีมยุคใหม่ของกุนซือแกเร็ธ เซาต์เกตนั้น มีการเล่นที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะหากคุณเป็นแฟนบอล ทีมสิงโตคำรามมานาน จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการเล่นของทีมชุดนี้ เปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดหูผิดตาเลยทีเดียว

3 ปัจจัยที่ส่งให้ทีมชาติอังกฤษกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง

และสิ่งที่ทำให้ทีมชาติอังกฤษทำผลงานได้อย่างดีในยุคนี้ มีองค์ประกอบหลัก ๆ อยู่ 3 อย่างด้วยกัน ซึ่งเห็นได้ชัด ว่าสิ่งเหล่านี้ มันสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก และทำให้ทีมมีศักยภาพเพียงพอที่จะแข่งขันกับบรรดายอดทีมอื่น ๆ ได้ดีกว่าในช่วงที่ผ่าน ๆ มา

1.การยอมออกจากโลกส่วนตัว

เมื่อก่อนทีมชาติอังกฤษมักจะภูมิใจในความเป็นต้นกำเนิดฟุตบอลของตัวเอง และคิดว่าการเล่นในสไตล์โบราณของพวกเขานี่แหละคือฟุตบอลที่แท้จริง จนทำให้ไม่ยอมออกจากโลกโบราณของตัวเองเสียที แม้ว่าโลกของฟุตบอลจะไปไกลแค่ไหนแล้วก็ตาม ประมาณว่า ประเทศของเราคือผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์เป็นคนแรก และโทรศัพท์มันจะต้องมีสายแบบของเรานี่ สมาร์ทโฟนอะไรไร้สาระสิ้นดี ประมาณนี้แหละ ซึ่งเมื่อแกเร็ธ เซาต์เกต เข้ามาเปลี่ยนแปลงสไตล์การเล่นของทีม ให้มีความเป็นฟุตบอลสมัยใหม่มากขึ้น ผลงานจึงออกมาค่อนข้างจะดีนั่นเอง

2.ผู้เล่นพลังหนุ่มฝีเท้าดี

ผู้เล่นในชุดปัจจุบันนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นอายุน้อย ที่โชว์ฟอร์มได้ดีกับต้นสังกัดของพวกเขา ไล่มาตั้งแต่ผู้รักษาประตูที่มีทั้งพิคฟอร์ดและเฮนเดอร์สัน โชว์ฟอร์มหนึบแข่งกันเพื่อแย่งตำแหน่งในทีมชาติ กองหลังแกนหลักอย่างจอห์น สโตน และแฮรี่ แม็คไกวร์ ก็อายุแค่ 25-27 ปี แบ็กซ้ายฟอร์มแรงอย่างเทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล หรือแบ็กขวาอย่างวาน บิสซาก้า ก็ล้วนแล้วแต่ยังวัยรุ่นอยู่ทั้งนั้น ส่วนในแนวรุกก็ไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเมสัน เมาท์, เจม แมดดิสัน, จาดอน ซานโช่, มาร์คัส แรชฟอร์ด, ราฮีม สเตอร์ริ่ง หรือแม้แต่กับตันทีมอย่างแฮร์รี่ เคน ก็อายุแค่ 26 ปีเท่านั้นเอง

3.การผลักดันผู้เล่นของพรีเมียร์ลีก

ช่วงนี้จะเห็นได้ว่า ทีมจากพรีเมียร์ลีกนั้น ต่างเต็มไปด้วยผู้เล่นภายในประเทศฝีเท้าดีมากมาย ที่สำคัญคือเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ ๆ อีกด้วย และการที่มีผู้เล่นเหล่านี้ถูกดันขึ้นมา มันส่งผลโดยตรงให้ทีมชาติของพวกเขา มีตัวเลือกในแต่ละตำแหน่งมากขึ้นนั่นเอง มันจึงช่วยยกระดับผลงานของทีมชาติอังกฤษ ขึ้นอย่างผิดหูผิดตาดังเช่นที่เห็นในปัจจุบัน

เส้นทางของทีมชาติอังกฤษในยูโร 2020

ในรอบสุดท้าย ยูโร 2020 ทีมชาติอังกฤษ ถูกจับฉลากให้อยู่ในกลุ่ม D ร่วมกับทีมรองแชมป์โลกอย่างทีมชาติโครเอเชีย และสาธารณรัฐเช็ค ทีมร่วมกลุ่มในรอบคัดเลือกของพวกเขา และยังรออีกหนึ่งทีมจากรอบเพลย์ออฟ ซึ่งหากประเมินจากคู่ต่อสู้แล้ว เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่ายในการเข้ารอบของพวกเขา แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปนัก เรียกว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ งานหินสุดคงจะเป็นโครเอเชีย ส่วนทีมร่วมกลุ่มรอบคัดเลือกอย่างสาธารณรัฐเช็ค ที่เคยเจอกันมาแล้ว ผลัดกันแพ้ชนะแบบบ้านใครบ้านมัน แต่เชื่อว่าพวกเขาน่าจะผ่านไปได้หากไม่ติดประมาท แล้วเล่นหลุดฟอร์มกันไปเอง

จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยบวกที่ทำให้แฟน ๆ ทีมชาติอังกฤษ พอจะมองดูเส้นทางของทีมรักของพวกเขา ในการแข่งขันยูโรครั้งนี้ พอจะมีความหวังมากขึ้น ด้วยศักยภาพของทีมชุดนี้ คิดว่าน่าจะดีพอให้แฟน ๆ ทีมสิงโตคำราม ลุ้นกันได้ยาว ๆ ถึงรอบลึก ๆ เลยทีเดียว