3 ปัจจัย ที่ทำให้แฟนบอลทีมชาติอังกฤษ กลับมามีความหวังอีกครั้งหนึ่ง

3 ปัจจัย ที่ทำให้แฟนบอลทีมชาติอังกฤษ กลับมามีความหวังอีกครั้งหนึ่ง

แฟนบอลที่ติดตามเชียร์ทีมชาติอังกฤษมาตลอด มักจะพบกับความผิดหวังในการรายการใหญ่ ๆ เสมอ แต่หลังจากมีปัจจัยเหล่านี้เข้ามา ทำให้ทีมมีผลงานดีจนมีความหวังอีกครั้ง

จากผลงานการแข่งขันของ ทีมชาติอังกฤษ ในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ที่สามารถทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะจบทัวร์นาเมนท์ที่อันดับ 4 หลังจากแพ้ในรอบชิงที่ 3 ให้กับทีมชาติเบลเยียม แต่ก็นับว่าทีมยุคใหม่ของกุนซือแกเร็ธ เซาต์เกตนั้น มีการเล่นที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะหากคุณเป็นแฟนบอล ทีมสิงโตคำรามมานาน จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการเล่นของทีมชุดนี้ เปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดหูผิดตาเลยทีเดียว

3 ปัจจัยที่ส่งให้ทีมชาติอังกฤษกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง

และสิ่งที่ทำให้ทีมชาติอังกฤษทำผลงานได้อย่างดีในยุคนี้ มีองค์ประกอบหลัก ๆ อยู่ 3 อย่างด้วยกัน ซึ่งเห็นได้ชัด ว่าสิ่งเหล่านี้ มันสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก และทำให้ทีมมีศักยภาพเพียงพอที่จะแข่งขันกับบรรดายอดทีมอื่น ๆ ได้ดีกว่าในช่วงที่ผ่าน ๆ มา

1.การยอมออกจากโลกส่วนตัว

เมื่อก่อนทีมชาติอังกฤษมักจะภูมิใจในความเป็นต้นกำเนิดฟุตบอลของตัวเอง และคิดว่าการเล่นในสไตล์โบราณของพวกเขานี่แหละคือฟุตบอลที่แท้จริง จนทำให้ไม่ยอมออกจากโลกโบราณของตัวเองเสียที แม้ว่าโลกของฟุตบอลจะไปไกลแค่ไหนแล้วก็ตาม ประมาณว่า ประเทศของเราคือผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์เป็นคนแรก และโทรศัพท์มันจะต้องมีสายแบบของเรานี่ สมาร์ทโฟนอะไรไร้สาระสิ้นดี ประมาณนี้แหละ ซึ่งเมื่อแกเร็ธ เซาต์เกต เข้ามาเปลี่ยนแปลงสไตล์การเล่นของทีม ให้มีความเป็นฟุตบอลสมัยใหม่มากขึ้น ผลงานจึงออกมาค่อนข้างจะดีนั่นเอง

2.ผู้เล่นพลังหนุ่มฝีเท้าดี

ผู้เล่นในชุดปัจจุบันนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นอายุน้อย ที่โชว์ฟอร์มได้ดีกับต้นสังกัดของพวกเขา ไล่มาตั้งแต่ผู้รักษาประตูที่มีทั้งพิคฟอร์ดและเฮนเดอร์สัน โชว์ฟอร์มหนึบแข่งกันเพื่อแย่งตำแหน่งในทีมชาติ กองหลังแกนหลักอย่างจอห์น สโตน และแฮรี่ แม็คไกวร์ ก็อายุแค่ 25-27 ปี แบ็กซ้ายฟอร์มแรงอย่างเทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล หรือแบ็กขวาอย่างวาน บิสซาก้า ก็ล้วนแล้วแต่ยังวัยรุ่นอยู่ทั้งนั้น ส่วนในแนวรุกก็ไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเมสัน เมาท์, เจม แมดดิสัน, จาดอน ซานโช่, มาร์คัส แรชฟอร์ด, ราฮีม สเตอร์ริ่ง หรือแม้แต่กับตันทีมอย่างแฮร์รี่ เคน ก็อายุแค่ 26 ปีเท่านั้นเอง

3.การผลักดันผู้เล่นของพรีเมียร์ลีก

ช่วงนี้จะเห็นได้ว่า ทีมจากพรีเมียร์ลีกนั้น ต่างเต็มไปด้วยผู้เล่นภายในประเทศฝีเท้าดีมากมาย ที่สำคัญคือเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ ๆ อีกด้วย และการที่มีผู้เล่นเหล่านี้ถูกดันขึ้นมา มันส่งผลโดยตรงให้ทีมชาติของพวกเขา มีตัวเลือกในแต่ละตำแหน่งมากขึ้นนั่นเอง มันจึงช่วยยกระดับผลงานของทีมชาติอังกฤษ ขึ้นอย่างผิดหูผิดตาดังเช่นที่เห็นในปัจจุบัน

เส้นทางของทีมชาติอังกฤษในยูโร 2020

ในรอบสุดท้าย ยูโร 2020 ทีมชาติอังกฤษ ถูกจับฉลากให้อยู่ในกลุ่ม D ร่วมกับทีมรองแชมป์โลกอย่างทีมชาติโครเอเชีย และสาธารณรัฐเช็ค ทีมร่วมกลุ่มในรอบคัดเลือกของพวกเขา และยังรออีกหนึ่งทีมจากรอบเพลย์ออฟ ซึ่งหากประเมินจากคู่ต่อสู้แล้ว เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่ายในการเข้ารอบของพวกเขา แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปนัก เรียกว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ งานหินสุดคงจะเป็นโครเอเชีย ส่วนทีมร่วมกลุ่มรอบคัดเลือกอย่างสาธารณรัฐเช็ค ที่เคยเจอกันมาแล้ว ผลัดกันแพ้ชนะแบบบ้านใครบ้านมัน แต่เชื่อว่าพวกเขาน่าจะผ่านไปได้หากไม่ติดประมาท แล้วเล่นหลุดฟอร์มกันไปเอง

จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยบวกที่ทำให้แฟน ๆ ทีมชาติอังกฤษ พอจะมองดูเส้นทางของทีมรักของพวกเขา ในการแข่งขันยูโรครั้งนี้ พอจะมีความหวังมากขึ้น ด้วยศักยภาพของทีมชุดนี้ คิดว่าน่าจะดีพอให้แฟน ๆ ทีมสิงโตคำราม ลุ้นกันได้ยาว ๆ ถึงรอบลึก ๆ เลยทีเดียว

ทีมชาติฝรั่งเศสความร้อนแรงของแชมป์โลก ถูกยกเป็นทีมเต็งในกรุ๊ปออฟ เดธ

ทีมชาติฝรั่งเศสความร้อนแรงของแชมป์โลก ถูกยกเป็นทีมเต็งในกรุ๊ปออฟ เดธ

แชมป์โลกล่าสุดทีมชาติฝรั่งเศส ยังคงความแข็งแกร่งของพวกเขาไว้ได้ ทำให้ในยูโร 2020 พวกเขายังคงถูกมองเป็นทีมเต็งแชมป์ ถึงแม้ต้องเจองานหนักตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม

เมื่อปี 2018 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ทีมชาติฝรั่งเศสสามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยขุมกำลังเด็กหนุ่มฝีเท้าดี ที่เต็มไปด้วยเทคนิคและพลัง และด้วยความที่พวกเขาเต็มไปด้วยผู้เล่นวัยหนุ่มนี่แหละ ที่ทำให้พวกเขาไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น ซักเท่าไหร่ ในรายการชิงแชมป์ระดับทวีปครั้งนี้ มันจึงทำให้พวกเขายังคงความน่ากลัวอยู่ แถมยังจะเพิ่มความเข้าขารู้ใจกัน ของผู้เล่นภายในทีมอีกด้วย

ขุมกำลังทีมชาติฝรั่งเศสในศึกยูโร 2020

การสร้างทีมชาติฝรั่งเศส ของกุนซืออย่างดิดิเย่ร์ เดชองส์นั้น เน้นไปที่การผสมผสาน การเล่นของบรรดาเด็กหนุ่ม ที่ฟอร์มร้อนแรง เต็มไปด้วยพลังและความสด แล้วเดชองส์ก็สามารถนำสิ่งที่เด็ก ๆ เหล่านั้นมีออกมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ซึ่งนอกจากจะทำให้ทีมของพวกเขาแข็งแกร่ง อีกหนึ่งข้อดีก็คือ อายุการใช้งานก็จะมากตามไปอีกด้วยนั่นเอง และทีมชุดลุยศึกยูโร 2020 พวกเขาก็แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแลงไปเลย จากชุดคว้าแชมป์โลก จะมีบ้างก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น โดยเริ่มจาก

ผู้รักษาประตู

น่าจะเป็นตำแหน่งที่มีอายุสูงที่สุดแล้ว ในทีมชาติฝรั่งเศส แต่นายทวารจอมเก๋าอย่างฮูโก้ ยอริส และสตีฟ มองดองด้า ก็ยังคงช่วยให้เพื่อนร่วมทีมอุ่นใจได้อยู่ อย่างน้อยสำหรับยูโรหนนี้ก็ยังไหว

แผงแบ็กโฟร์

การจับคู่กันของสองเซ็นเตอร์จากสองโคตรทีมคู่อริแห่งลาลีกา อย่างราฟาเอล วาราน และซามูเอล อุมตีตี้ ยังคงทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง ส่วนในตำแหน่งแบ็คขวานั้น ก็ยังมี เบนจาแมง ปาวาด์ ที่ดูเหมือนจะยกระดับตัวเองขึ้นมาได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อตอนนี้กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับทางบาเยิร์น มิวนิค ส่วนทางด้านฝั่งซ้ายมีลูคัส เอร์นานเดซ กับเลย์แวง เคอร์ซูมา สลับกันรับผิดชอบ

แผงมิดฟิลด์

ถ้าจะมีปัญหาอยู่บ้างในตำแหน่งนี้ คงจะเป็นเรื่องอาการบาดเจ็บ ของมิดฟิลด์ตัวตัดผมของปีศาจแดงอย่างปอล ป็อกบา ส่วนที่เหลือนั้นยังมีก็องเต้ มิดฟิลด์จอมขยันคอยเก็บกวาด เกมรุกหน้าแผงหลังอย่างหมดจดเช่นเดิม และยังมีกำลังเสริมอย่างโตมาส์ เลอมาร์ โคเรงแตง โตลิสโซ่ ส่วนแบลส มาตุยดี้ ถึงแม้จะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังน่าจะไหวอยู่ สำหรับทัวร์นาเมนท์นี้

แผงเกมรุก

พวกเขายังคงมีสุดยอดดาวรุ่งแห่งยุค อย่างคิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ เป็นตัวป่วนในแดนหน้าเช่นเดิม ร่วมกับอองตวน กรีซมันน์ แถมยังมีผู้เล่นที่ฟอร์มแรงขึ้นมาอีก อย่างคิงสลีย์ โกมอง กับวิสซาม เบน เยเดร์ คอยเป็นตัวเลือกอีกด้วย หรือจะเป็นอองโตนี่ มาร์กเซียล ก็พอได้เช่นกัน ส่วนหน้าเป้าอย่างโอลิวิเยร์ ชิรูด์นั้น ถึงจะไม่มีบทบาทมากนักกับต้นสังกัด แต่เขายังมีประโยชน์สำหรับ แท็กติกของเดชองส์อยู่ และดูจากสภาพร่างกายของเขาแล้ว น่าจะยังช่วยทีมได้สบาย ๆ ในยูโรหนนี้ ขอเพียงแค่เดชองส์ เรียกมาเท่านั้น

เส้นทางในรอบสุดท้ายของทีมชาติฝรั่งเศส

ผลการจับฉลากแบ่งกลุ่มรอบสุดท้าย ยูโร 2020 ทีมชาติฝรั่งเศส ได้อยู่ร่วมในกลุ่มออฟ เดธ ที่มีทั้งเยอรมัน และโปรตุเกส ถึงแม้ว่าจะต้องรออีกหนึ่งทีมจากรอบเพลย์ ออฟ แต่ไม่ว่าจะเป็นทีมใด แค่มีสามทีมนี้ มันก็เพียงพอแล้วที่จะยกให้กลุ่มนี้ เป็นกลุ่มแห่งความตาย ดังนั้นการแข่งขันเพื่อคว้าสิทธิ์การผ่านเข้ารอบ จะต้องเป็นไปอย่างเข้มข้น และมันหยดอย่างแน่นอน แต่ยังไงก็เชื่อว่าลูกทีมของเดชองส์ น่าจะเอาตัวรอดได้ หากไม่ผิดพลาดอย่างน่าเกลียดกันไปเอง

มันจะเป็นงานยากตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็ว่าได้ สำหรับทีมชาติฝรั่งเศส ในยูโร 2020 นี้ แต่พวกเขาเคยทำได้ดีมาแล้ว ในฟุตบอลโลกหนล่าสุด และยังมีส่วนดีในด้านทีมเวิร์คเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย หลังผ่านการเล่นร่วมกันเพิ่มมาอีกถึงสองปี ซึ่งจุดนี้แหละที่ทำให้พวกเขา น่ากลัวมากขึ้น และถึงแม้ว่าจะต้องเริ่มเส้นทางในกลุ่มแห่งความตาย แต่เชื่อว่าด้วยขุมพลังที่พวกเขามีจะสามารถก้าวผ่านไปได้อย่างแน่นอน แต่จะผ่านไปได้ไกลแค่ไหน จะสามารถสานต่อความยิ่งใหญ่ จากแชมป์ฟุตบอลโลก มาสู่แชมป์ยูโรได้หรือไม่ คงจะต้องตามดูกันอีกที

ทีมชาติสเปนยุคถ่ายเลือดใหม่ ดีพอที่จะกลับสู่วันที่ยิ่งใหญ่ได้หรือยัง

ทีมชาติสเปนยุคถ่ายเลือดใหม่ ดีพอที่จะกลับสู่วันที่ยิ่งใหญ่ได้หรือยัง

หลังจากการอำลาทีมชาติของผู้เล่นหลายคนในทีมชาติสเปน ทำให้ฟอร์มของพวกเขาดูจะเงียบไปสักพักหนึ่ง พวกเขาพร้อมหรือยังที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในศึกยูโร 2020

การผลัดเปลี่ยนและการร่วงโรย ย่อมจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ ตามกฎเกณฑ์แห่งเวลา ในโลกแห่งฟุตบอลก็เช่นกัน และทีมชาติสเปน ก็คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ที่ผลกระทบจากการผลัดเปลี่ยนผู้เล่น สร้างปัญหาให้พวกเขาค่อนข้าง จะมากมายเลยทีเดียว เมื่อพวกเขาไม่สามารถรักษาผลงานระดับสุดยอดได้เหมือนที่เคยเป็นมา จนทำให้พวกเขาดูจะเงียบ ๆ ไปพอสมควร ในรายการใหญ่ระดับชาติ สามรายการที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2014 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโร 2016 และรอบเดียวกันในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมันมีผลมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้

การหายไปพร้อมกันหลายคนของสุดยอดผู้เล่นทีมชาติสเปน

ถ้าเปรียบการผลัดเปลี่ยนผู้เล่นของฟุตบอล กับการถ่ายเลือดใหม่อย่างที่คุ้นหูในปัจจุบัน กรณีของทีมชาติสเปนนั้น ก็คงจะเปรียบได้กับการถ่ายเลือดแบบที่เอาเลือดเก่าออกไปเยอะเกิน แถมยังเยอะเกินกว่าจาเลือดใหม่เข้ามาทดแทนได้อย่างเพียงพออีกด้วย แน่นอนล่ะว่าการอำลาทีมชาติของผู้เล่นระดับโลกมันย่อมส่งผลกระทบกับทีมอยู่แล้ว แต่สำหรับสเปนมันเกิดปัญหาที่ใหญ่กว่าทีมไหน ๆ เมื่อผู้เล่นที่พร้อมใจกันหายหน้าออกไปจากทีมล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นระดับโลกทั้งนั้น การที่จะหาคนมาทดแทนนักเตะอย่าง อิเกร์ คาสิยาส, เคราร์ด ปิเก้, ดาบิด บีย่า, ชาบี้ เอร์นานเดซ, อันเดรส อิเนียสต้า, เฟอร์นานโด ตอร์เรส, ซาบี้ อลอนโซ่ และอีกหลายคน แค่คิดก็แทบจะกลั้นใจตายแล้ว ไม่ว่าโค้ชคนเก่งรายไหนก็ตาม

ช่องว่างระหว่างผู้เล่นเก่ากับผู้เล่นที่จะมาทดแทนในทีมชาติสเปน

ช่วงรุ่งโรจน์ของทีมชาติสเปน อย่างที่รู้ว่าทีมเต็มไปด้วยผู้เล่นระดับโลก ซึ่งข้อดีก็เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาเก่งกาจขนาดไหน แต่ในมุมหนึ่ง ส่วนที่เป็นข้อเสียก็คือ มันทำให้ยากนักที่จะมีผู้เล่นดาวรุ่งแทรกตัวผ่านรุ่นพี่เหล่านั้น ขึ้นมาสัมผัสกับประสบการณ์ในการลงสนามเกมใหญ่ ๆ ซึ่งจุดนี้มันจึงส่งผลกระทบอย่างมาก เมื่อบรรดารุ่นพี่พวกนั้นหายหน้าไปจากทีมพร้อม ๆ กัน เหล่าเด็กรุ่นต่อมาที่ขึ้นมาแทน นอกจากจะไม่ค่อยมีประสบการณ์แล้ว อีกมุมหนึ่งพวกเขายังต้องแบกรับความคาดหวังของแฟนบอลไว้อีกด้วย ว่าพวกเขาจะต้องทำให้ได้ในระดับเดียวกับที่ชุดก่อนเคยทำเอาไว้ มันจึงไม่ง่ายเลยสำหรับบรรดากระทิงหนุ่มทั้งหลาย

สำหรับทีมชุดลุยศึก ยูโร 2020 นี้ พวกเขายังคงมีตัวเก๋าที่คอยประคองรุ่นน้องอยู่ นำโดยกัปตันทีมแซร์จิโอ รามอส และรองกัปตัน อย่างแซร์จิโอ บุสเก็ตส์ เป็นแกนหลักในแผงเกมรับ และแผงมิดฟิลด์ตามลำดับ ส่วนหลังบ้านมีดาบิด เด เคอา กับเกปา อาลิสซาบาลาก้า ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่ฝีมือดี แผงหลังมีราอูล อบิโอล จับคู่กับรามอส ขนาบด้วยจอร์ดี้ อัลบา กับดานี่ การ์บาคัล จากมาดริด แผงกลางมีบุสเก็ตส์ประคองเกม ร่วมกับเด็กหนุ่มอย่าง ติอาโก้ อัลกันตารา, โรดรี้, ฟาเบียน รุยส์, ซาอูล นิเกวซ และคนอื่นคอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน สนับสนุนเกมรุกที่มีอัลวาโร โมราต้า เป็นหล้าตัวเป้า พร้อมหน่วยสร้างสรรค์ อย่างอิสโก้, กาซอร์ล่า, มูเนียอิน คอยปั้นเกมอยู่ข้างหลัง

สำหรับการแข่งขันยูโร 2020 นี้ ทีมชาติสเปนถูกจับให้อยู่ในกลุ่ม อี ซึ่งมีเพื่อนร่วมกลุ่มคือสวีเดน โปแลนด์ และอีกหนึ่งทีมจากรอบเพลย์ ออฟ หากดูจากผู้เล่นและฟอร์มในรอบคัดเลือกแล้ว พวกเขาอาจจะมีโอกาสไม่น้อยเลย ที่จะกลับมาสู่ความสำเร็จ บนเวทีระดับชาติอีกครั้ง เพราะเด็กหนุ่มเหล่านี้ ก็ผ่านการสั่งสมประสบการณ์ มาแล้วถึงสองรายการใหญ่ และถ้าหากพวกเขาอยู่ในฟอร์มการเล่นของตัวเองแล้วละก็ ไม่ว่าทีมไหนในยูโร พวกเขาก็ไม่เกรงกลัวอย่างแน่นอน และสำหรับแฟนฟุตบอลของทีมกระทิงดุ น่าจะได้ลุ้นทีมที่พวกเขารักไปถึงรอบลึก ๆ ในยูโร 2020 แน่ เชื่อว่าพวกเขามีดีพอ อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

เมื่อโรเบอร์โต้ มันชินี่ สร้างทีมชาติอิตาลียุคใหม่ พร้อมกลับมายิ่งใหญ่ ในยูโร 2020

เมื่อโรเบอร์โต้ มันชินี่ สร้างทีมชาติอิตาลียุคใหม่ พร้อมกลับมายิ่งใหญ่ ในยูโร 2020

ผลงานรอบคัดเลือกของทีมชาติอิตาลี ทำให้ผู้คนต้องจับตามองพวกเขาอีกครั้ง ซึ่งพวกเขาได้สร้างทีมยุคใหม่ได้อย่างหน้าสนใจ พร้อมจะกลับมายิ่งใหญ่หลังเงียบหายไปนาน

เดิมทีแฟนบอลทั่วโลกมักจะจดจำภาพลักษณ์ของทีมชาติอิตาลีในการเล่นแบบตีหัวเข้าบ้าน เน้นเกมรับเหนียวแน่นไว้ก่อน และคาดการไว้ก่อนเลยว่า หากจะต้องดูเกมการแข่งขันของพวกเขาจะต้องน่าเบื่ออย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันการเข้ามาสร้างทีมใหม่ของกุนซือจอมแท็กติกอย่าง โรเบอร์โต้ มันชินี่ เขาได้สร้างทีมชุดใหม่ให้มีความแตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก เห็นได้จากฟอร์มการเล่นในรอบคัดเลือก ที่สามารถเก็บชัยชนะได้ครบทุกนัดเลยทีเดียว

การสร้างทีมชาติอิตาลียุคใหม่ของมันโช่

โรเบอร์โต้ มันชินี่ กุนซือชาวอิตาลีโดยแท้ เขารู้จักกับทีมชาติอิตาลีของเขา และสไตล์การเล่นของทีมอย่างดี นอกจากจะรู้จักกับฟุตบอลของบ้านเกิดอย่างดีแล้ว ประสบการณ์การคุมทีมระดับสโมสรของเขายังมีมากมายอีกด้วย เมื่อเขานำสิ่งเหล่านี้มารวมกัน รักษาจุดเด่น แก้ไขจุดด้อยของทีม จนทำให้ทีมอัสซูรี่ในยุคของเขา น่ากลัวอย่างมากเลยทีเดียว

1.รักษาจุดเด่นในเกมรับ

พวกเขาสร้างทีมใหม่จากสิ่งที่มี เมื่อมันดีอยู่แล้วจะไปปรับเปลี่ยนทำไม ในแผงหลังพวกเขายังคงอุดมไปด้วยผู้เล่นเกมรับระดับโลก เริ่มจากผู้รักษาประตูหนุ่มจากเอซี มิลาน อย่างจิอันลุยจิ ดอนนารุมม่า เป็นปราการด่านสุดท้าย อยู่ข้างหลังการจับคู่กันของจอร์โจ้ คิเอลินี่ กับเลโอนาร์โด โบนุชชี่ ที่เล่นด้วยกันมาอย่างยาวนานนับสิบปี ส่วนฝั่งซ้ายขวาก็มี เอเมอร์สัน จากเชลซี และอเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ กับตันทีมโรม่า ซึ่งทีมรับชุดนี้ได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งให้เห็นแล้ว โดยในรอบคัดเลือกพวกเขาเสียไปเพียงแค่ 4 ประตูเท่านั้น จากทั้งหมด 10 เกม

2.แผงกองกลางที่แข็งแกร่ง

กองกลางของทีมชาติอิตาลีในยุคมันโช่ ก็เป็นอีกตำแหน่งที่อุดมไปด้วยสุดยอดผู้เล่น โดยการเล่นของแผงมิดฟิลด์ชุดนี้ มันโช่เน้นหนักไปในทางการสร้างสมดุล เน้นการเพรสซิ่งและถ่ายบอลอย่างลื่นไหล โดยมีมาร์โก แวร์รัตติ และจอร์จินโญ่เป็นแกนหลัก เสริมด้วยความสดของเด็กหนุ่มฝีเท้าดีอีกหลายคน คอยผลัดเปลี่ยนกันลงสนาม ถึงแม้จะไม่มีเพลย์เมกเกอร์แบบพาบอลทะลุทะลวง แต่พวกเขาก็ใช้การขับเคลื่อนเกมด้วยการผ่านบอลสวย ๆ สนับสนุนเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.เพิ่มมิติใหม่ในเกมรุก

เกมรุกของทีมชุดนี้ มันโช่เน้นใช้ผู้เล่นที่มีความเร็วสูงและไปกับบอลได้ดี โดยริมเส้นใช้ ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ จากนาโปลี กับเฟดเดริโก้ เคียซ่า จากฟิออเรนติน่า ส่วนหน้าเป้าก็มีตัวเลือกที่ดีอย่าง อันเดรีย เบล็อตติ กับชิโร่ อิมโมบิเล่ ดาวยิงฟอร์มแรงที่กำลังลุ้นดาวซัลโวของลีก กับลาซิโอ ซึ่งผลงาน 37 ประตู จากรอบคัดเลือก 10 นัด เป็นการการันตีศักยภาพของแผงเกมรุกชุดนี้ได้เป็นอย่างดี

เส้นทางของทีมชาติอิตาลีในยูโร 2020

รอบสุดท้ายยูโร 2020 นี้ ทีมชาติอิตาลีถูกจับฉลากมาอยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับสวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี และเวลส์ ซึ่งถึงจะดูไม่แข่งแกร่งมากนัก แต่ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน แต่ยังไงก็เชื่อว่าพวกเขาน่าจะเอาตัวรอดผ่านไปได้ หากว่ายังคงรักษามาตรฐานการเล่นของพวกเขาไว้ได้ เชื่อว่าทีมร่วมกลุ่มจะไม่สามารถต้านทานพวกเขาได้อย่างแน่นอน ส่วนในรอบน็อกเอาท์นั้น น่าจะเป็นงานถนัดของพวกเขาเลย ด้วยการเล่นที่มีพื้นฐานมาจาดเกมรับที่แข็งแกร่ง หากคู่ต่อสู้มาเปิดเกมรุกใส่พวกเขาสุ่มสี่สุ่มห้าละก็ อาจจะโดนสอยร่วงได้ง่าย ๆ เลย

จากการปรับแต่งทีมยุคใหม่ของโรเบอร์โต้ มันชินี่ และศักยภาพของบรรดาผู้เล่นที่พวกเขามี ดูแล้วทีมชาติอิตาลีน่าจะเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์รายการนี้อย่างแน่นอน อาจจะถึงเวลากลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของพวกเขาในถ้วยใบนี้แล้วก็ได้ หลังห่างหายไปนานกว่า 50 ปี แต่ที่แน่ ๆ แฟนฟุตบอลจะได้เห็นพวกเขาในรูปแบบใหม่ ที่เล่นเกมรุกได้สนุกสนานเร้าใจ ต่างไปจากเดิมอย่างแน่นอน