ลิโอเนล เมสซิ กับเรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ลิโอเนล เมสซิ กับเรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

หากว่าเอ่ยชื่อนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก ขอบอกว่าทุก ๆ เสียงจะต้องนึกถึงลิโอเนล อันเดรส เมสซิ อย่างแน่นอน โดยเขาเป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา แต่มาค้าแข้งในสเปน โดยเป็นกองหน้าให้กับบาร์เซโลนา ด้วยฝีมือที่โดดเด่นของเขาทำให้เขาถูกเรียกขานว่าเป็นนักฟุตบอลร่วมสมัยที่ดีที่สุดในโลก

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป

สำหรับความน่าอัศจรรย์ของนักเตะแข้งทองคนนี้คือเมสซิได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ในวัย 21 ปีเท่านั้น และเขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมในปี 2009, 2010 และ 2011 สำหรับเทคนิคการเล่นของเขานั้นเรียกได้ว่าเหนือชั้นและถูกนำไปเทียบคู่กับดิเอโก มาราโดนา

กว่าจะเป็นเมสซิในวันนี้

เมสซิฉายแววการเป็นนักฟุตบอลชื่อดังตั้งแต่ยังเด็ก เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลทีมเยาวชน สโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์ ต่อมาเมื่อครอบครัวย้ายไปที่ทวีปยุโรป เขาได้มีโอกาสเข้าไปเล่นในบาร์เซโลนา และเป็นนักบอลที่อายุน้อยที่สุดซึ่งสามารถทำประตูได้ในลีกเลยทีเดียว และถือเป็นเกียรติยศของเขาเพราะฤดูกาลแรกที่เขาได้ลงเล่นนั้น ก็ทำให้ทีมชนะการแข่งขันในลาลิกาซึ่งเป็นผลงานอันน่าทึ่ง เมื่อเขาอยู่ในทีมนักฟุตบอลชุดใหญ่ เขาก็พิสูจน์ฝีมือได้เป็นอย่างดีด้วยการนำแฮทริกในเอลกลาซิโก และเมื่อจบฤดูกาลแล้ว เขาก็สามารถยิงประตูไปได้มากถึง 14 ประตูเลยทีเดียว

เมสซิกับทีมชาติอาร์เจนตินา

สำหรับผลงานในทีมชาติอาร์เจนตินา เมสซิก็ทำได้ดีไม่แพ้กับการเล่นในบาร์เซโลนา เขาสามารถคว้าเอาตำแหน่งผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลให้กับทีมชาติอาร์เจนตินาได้เลยทีเดียว โดยเขามาร่วมเล่นให้กับทีมชาติได้ในครั้งแรกเมื่ออายุไม่ถึง 20 ปีเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันฟุตบอลได้อีกด้วย และหลังจากผลงานที่ดีของเขาในครั้งแรก ก็ทำให้เขานั้นได้เป็นส่วนสำคัญของทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่ ส่วนในปี 2006 เขาเป็นนักบอลที่อายุน้อยที่สุดของอาร์เจนตินาเลยทีเดียว

เขาสามารถทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งในการแข่งขันทีมชาติอาร์เจนตินา โดยได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม ได้รับเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งเมื่อปี 2008 และผลงานที่น่าทึ่งมากที่สุดก็คือการพาทีมอาร์เจนตินาเข้ารอบชิงชนะเลิศกับเยอรมันได้ แต่ทว่าก็แพ้ไป 1-0 อย่างไรก็ดี จากผลงานทีมชาติอาร์เจนตินาในครั้งนั้นก็ทำให้เขาได้รับรางวัลโกลเด้นบอลเลยทีเดียว

อ่านเรื่องราวของเมสซิแล้ว เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ คนก็คงจะนึกทึ่งกับนักเตะแข้งทองผู้มีฝีมือคนนี้ และหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังสนใจอยากรู้เรื่องราวของเมสซิ อ่านจบแล้วคุณอาจจะคิดว่านักเตะคนนี้เป็นนักเตะที่น่าอัศจรรย์เลยทีเดียว

ทำความรู้จักกับสนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ สนามกีฬาที่โดดเด่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทำความรู้จักกับสนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ สนามกีฬาที่โดดเด่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับสนามฟุตบอลในไทยนั้น หลาย ๆ คนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าสนามราชมังคลากีฬาสถาน เป็นสนามที่โดดเด่นและใหญ่ที่สุดของไทย แต่หากเอ่ยถึงสนามฟุตบอลที่โดดเด่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ก็คงหนีไม่พ้นสนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ ซึ่งเป็นทั้งสนามกีฬาและสนามฟุตบอลที่โดดเด่น เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับการไปเยือนให้ได้ หากว่าคุณไปเที่ยวสิงคโปร์

เนชัลแนล สเตเดียม ผลงานแห่งความภาคภูมิใจของชาวสิงคโปร์

ต้องบอกเลยว่าสนามกีฬาแห่งชาติของชาวสิงคโปร์นั้นเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับคนชาตินี้ เพราะเป็นสนามที่มีความพิเศษในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความจุที่สูงถึงหกหมื่นที่นั่ง มาพร้อมกับหลังคาเปิดปิดกันแดดและฝน รวมถึงที่นั่งของผู้ชมก็ไม่ต้องกลัวความร้อนกันเลยทีเดียว เพราะมีระบบปรับอากาศทำความเย็นให้ได้นั่งชมกีฬาอย่างสบายกายใจ

ประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา

สำหรับสนามกีฬาแห่งชาติของสิงคโปร์นี้ แต่เดิมเป็นพื้นที่ของสนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ แต่ทว่าเมื่อทางการรื้อถอนสนามกีฬาแห่งชาติเก่าออก ก็ได้สร้างเป็นสนามแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม มีจุดมุ่งหมายก็เพื่อเป็นสนามเหย้าของทีมชาติสิงคโปร์ และยังมีจุดประสงค์สำหรับใช้ในการแข่งกีฬาหลาย ๆ ชนิด ไม่ว่าจะเป็นรักบี้ คริกเก็ต กีฬาซีเกมส์ เอเชียนเกมส์

สนามฟุตบอลที่รอการชมสัมผัส

นอกจากจะเป็นสนามฟุตบอลที่น่าสนใจแล้ว ยังมีบางส่วนที่เป็นสปอร์ตคอมเพล็กซ์อีกด้วย ซึ่งข่าวแจ้งมาว่าสปอร์ตคอมเพล็กซ์นี้มีมูลค่ามากถึงพันล้านดอลล่าร์สิงคโปร์ มีสระว่ายน้ำแบบในร่ม และอินดอร์สเตเดียมแบบอเนกประสงค์ เหมาะสมกับการไปชมการแข่งขันกีฬาทุกประเภท หรือคนธรรมดาอย่างเราจะไปชมความยิ่งใหญ่อลังการที่สิงคโปร์ได้สร้างขึ้นก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

จุดเด่นและจุดด้อย

เพราะสนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ เป็นสนามที่มีชื่อเสียงลำดับต้น ๆ ของอาเซียน อีกทั้งการเดินทางก็แสนง่ายดาย เพราะว่ามีรถไฟฟ้าไปถึงหน้าสนามเลยทีเดียว แต่ด้วยราคาค่าเช่าที่สูงพอสมควร จึงทำให้สนามแห่งนี้ไม่ได้รับการจัดการแข่งขันระดับภูมิภาคมากสักเท่าไรนัก รวมไปถึงแฟนนักกีฬาฟุตบอลก็ไม่ค่อยได้เข้าชมกันสักเท่าไร บางครั้งเปิดเกมแล้ว สนามก็ยังไม่เต็มความจุ

โรงแรมที่ใกล้เคียง

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลสำหรับคนที่อยากไปเยือนสนามกีฬา หรือชมเกมฟุตบอลจริง ๆ ควรรู้ว่ามีโรงแรมใดที่ใกล้เคียงบ้าง ขอยกตัวอย่างโรงแรมที่ใกล้ที่สุดนั่นก็คือ Fragrance Emerald คุณสามารถเดินทางไปสนามกีฬาได้แบบสบาย ๆ ทั้งการเดินหรือนั่งรถเมล์ตามแต่สะดวก

ต้องบอกเลยว่าการไปชมสนามฟุตบอลที่ต่างประเทศนับเป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ให้กับแฟนบอลมากพอสมควร คุณเป็นอีกคนหนึ่งหรือไม่ที่อยากลองชมบรรยากาศการเตะบอลนอกจอโทรทัศน์หรือโทรศัพท์มือถือบ้าง การลองเดินทางมาที่สนามกีฬาใกล้ ๆ ประเทศไทยแบบนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง และนี่ก็คือเรื่องราวของสนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ สนามกีฬาที่โดดเด่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตามมาชม…สนามฟุตบอลแห่งมาเลเซียที่มีมูลค่ามากถึงสามพันล้านบาท

ตามมาชม…สนามฟุตบอลแห่งมาเลเซียที่มีมูลค่ามากถึงสามพันล้านบาท

หากเอ่ยถึงสนามฟุตบอลที่ใหญ่เทียบเท่ากับระดับโลก คุณนึกถึงสนามฟุตบอลแห่งไหนกันแน่ ต้องบอกเลยว่าหลายๆ  คนยังไม่รู้จักสนามที่เมืองยะโฮร์กันอย่างแน่นอน โดยสนามแห่งนี้มีการกล่าวขานแล้วว่าเทียบเท่ากับมาตรฐานระดับโลก ซึ่งไม่ว่าใครที่ได้ไปชมก็จะต้องตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน สนามแห่งนี้จะน่าสนใจแค่ไหน ตามมาดูไปพร้อม ๆ กัน

สนาม อิบราฮิม สเตเดี้ยม สนามแห่งความภาคภูมิใจของชาวมาเลเซีย

หากเอ่ยถึงสนามแห่งความภาคภูมิใจของชาวมาเลเซีย หลาย ๆ คนมักจะนึกไปถึงสนามกีฬาแห่งชาติของมาเลเซียที่มีชื่อว่า สนามกีฬาแห่งชาติบูกิตจาลิล แต่แท้ที่จริงแล้ว ณ ขณะนี้มีสนามฟุตบอลแห่งใหม่ที่มาแรงแซงโค้งทุกสนามของอาเซียนไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็คือ อิบราฮิม สเตเดี้ยม ของยะโฮร์ ดารุล ทาซิม

ยะโฮร์ ดารุล ทาซิม ทีมแชมป์ของมาเลเซีย

ในฐานะแฟนบอลชาวไทยอาจจะไม่คุ้นหูกับทีมยะโฮร์ ดารุล ทาซิม กันสักเท่าไรนัก แต่หากเอาชื่อทีมฟุตบอลนี้ไปถามคนมาเลเซีย แน่นอนว่าทุกคนจะต้องร้องอ๋อ เพราะว่ายะโฮร์ ดารุล ทาซิม เป็นทีมที่เก่งที่สุดของมาเลเซียเลยก็ว่าได้ เป็นทีมแชมป์ซุปเปอร์ลีกของมาเลเซียหกสมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2014 – 2019 โดยสนามแห่งใหม่ที่ยะโฮร์ ดารุล ทาซิมเตรียมจะใช้ในปี 2020 นี้ก็คือ อิบราฮิม สเตเดี้ยมแต่เดิมทางยะโฮร์ ดารุล ทาซิม เคยใช้สนามตานสรี ฮัสซัน ยูนอส สเตเดี้ยมเป็นสนามเหย้า มีความจุ 30,000 ที่นั่ง

สนามฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงถึง 420 ริงกิต

สำหรับสนามใหม่แกะกล่องของยะโฮร์ ดารุล ทาซิมนั้นใช้ทุนในการสร้างมากถึง 420 ล้านริงกิต โดยเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2016 แต่เดิมทางผู้จัดทำวางแผนไว้ว่าจะเสียค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง 200 ล้านริงกิต และมีความจุราว ๆ สี่หมื่นที่นั่ง แต่อย่างไรก็ดี เพื่อความสวยงามและความมีประสิทธิภาพในการเป็นสนามกีฬาจึงได้มีการเพิ่มทุน ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่องจนใช้งบประมาณราว ๆ 420 ล้านริงกิตเลยทีเดียว

วิศวรกรมือหนึ่งตั้งใจสร้างสรรค์ผลงาน

สนามแห่งนี้เน้นการคัดสรรวิศวกรมือหนึ่งมาร่วมทีม และยังมีทีมสถาปนิกที่เชี่ยวชาญในการออกแบบสนามฟุตบอลโดยเฉพาะ ในสนามมีการจัดทิศทางของลมให้ช่วยในการระบายอากาศให้เย็นสบาย ขณะที่ผู้ชมกำลังนั่งชมเกมการแข่งขัน และขณะเดียวกันช่วงกลางคืนก็มีแสงไฟส่องสว่างโดยเน้นการใช้สีแดง น้ำเงินและขาว เป็นสีประจำสโมสรยะโฮร์ ดารุล ทาซิมนั่นเอง

สำหรับใครที่อยากไปเห็นสนามนี้แบบตัวจริงคงต้องอดใจรออีกสักหน่อย เพราะว่าสนามแห่งนี้จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม ปี 2020 โดยทางทีมสโมสรจะใช้สนามนี้เป็นสนามเหย้า ทั้งการแข่งซุปเปอร์ลีก และการแข่งชิงแชมป์สโมสรของเอเชีย เราในฐานะประเทศเพื่อนบ้านก็คงทำได้แค่ไปยลของจริงว่าจะสวยอลังการคุ้มค่าขนาดไหน

เรอัลมาดริด กับเรื่องราวที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

เรอัลมาดริด กับเรื่องราวที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

หากว่าเอ่ยทีมฟุตบอลที่ครองใจแฟน ๆ มาเนิ่นนาน เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ คนก็คงจะนึกถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล แต่ก็คงมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่สนใจกับทีมเรอัล มาดริด ต้องบอกเลยว่าทีมสโมสรนี้มีความน่าสนใจไม่เป็นสองรองใคร หากว่าคุณสนใจทีมนี้อยู่ วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณแล้ว

กว่าจะมีวันนี้ได้…ของเรอัล มาดริด

เรอัลมาริด คือสโมสรฟุตบอลที่โด่งดังของสเปน โดยที่ตั้งของสโมสรจะอยู่ที่เมืองหลวงของประเทศสเปน ประวัติความเป็นมาอันแสนยาวนานของทีมสโมสรนี้พิสูจน์ได้จากการก่อตั้งในปี 1902 ที่สำคัญคือ สามารถคว้าแชมป์ลีก ลาลีกาของสเปนได้มากถึง 33 สมัย และยูฟาแชมเปียนส์ลีก 12 สมัย ที่สำคัญยังเป็นสมาชิกของกลุ่มสโมสรชั้นนำในยุโรปอีกด้วย หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ G – 14

สนามเหย้าที่คุณอาจไม่รู้จัก

สำหรับแดนเหย้าของสโมสรเรอัล มาดริดก็คือสนามซานเตียโก เบร์นาเบล ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นสนามที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงมาดริดเลยทีเดียว สนามแห่งนี้มีความเป็นมาตรฐาน ใหญ่และทันสมัย สมกับที่เป็นสนามเหย้าของทีมนี้เลยทีเดียว

ทีมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเมื่อปี 2007

เชื่อหรือไม่ว่าเรอัล มาดริด นอกจากจะเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ยังมีการศึกษาวิจัยจากฮาร์วาร์ดเมื่อปี 2007 ด้วยว่าทีมสโมสรเรอัล มาดริด เป็นทีมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ที่สำคัญยังเป็นสโมสรฟุตบอลที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย

เรอัล มาดริดกับการมาเยือนประเทศไทย

สำหรับเรอัล มาดริดนั้นเคยมาเยือนประเทศไทยและมาเตะกับทีมชาติไทย ณ สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน โดยผลการแข่งขันนั้นเรอัล มาดริด ชนะไป 2 -1 แน่นอนว่าการมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ของเรอัล มาดริด ได้สร้างความปลื้มใจแก่แฟนบอลชาวไทยเป็นอย่างมาก และมีแฟนบอลชาวไทยมาเชียร์กันอย่างล้นหลามเลยทีเดียว นับเป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งที่น่าจดจำในประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลของไทย

ซีเนดีน ซีดาน กับการคุมทีมเรอัล มาดริด

ปัจจุบันนี้ซีเนดีน ซีดานเป็นโค้ชคุมนักเตะทีมเรอัล มาดริด ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของเขาก็ทำได้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวออกมาว่า สโมสรเรอัล มาดริด กำลังวางแผนที่จะเลือกโค้ชชาวโปรตุเกส โชเซ่ มูรินโญ่ มาคุมทีมแทน ซึ่งกระแสข่าวที่ออกมาก็ทำให้ซีเนดีน ซีดานรู้สึกแย่พอสมควร และออกปากว่าเขาเองไม่รู้เรื่องนี้ แต่ก็อยากจะคุมทีมนี้ต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ต้องบอกเลยว่าทีมสโมสรเรอัล มาดริดเป็นทีมที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยฝีมือการเล่นที่ดีไม่มีตก บวกกับสไตล์การเล่นที่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้เรอัล มาดริดมาถึงจุดที่ครองใจแฟนบอลทั่วโลกได้ อ่านแล้วคุณคงรู้สึกเหมือนกันใช่ไหมว่าทีมเรอัล มาดริดเป็นทีมที่น่าสนใจมาก

รางวัลนักเตะยอมเยี่ยมทวีปแอฟริกา บทพิสูจน์ความพยายามของซาดิโอ มาเน่

รางวัลนักเตะยอมเยี่ยมทวีปแอฟริกา บทพิสูจน์ความพยายามของซาดิโอ มาเน่

ความพยายามไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ เป็นประโยคที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับซาดิโอ มาเน่ นักเตะคนสำคัญของสโมสรลิเวอร์พูลและทีมชาติเซเนกัล หลังได้รับคะแนนโหวตอย่างท่วมท้นให้เป็นเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมทวีปแอฟริกา ประจำปี 2019 เอาชนะคู่แข่งร่วมลีกอย่าง ริยาด มาห์เรซ และเพื่อนร่วมทีมอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งเป็นเจ้าของรางวัลคนก่อน โดยปีกตัวจี๊ดต้องฝ่าฝันกับอุปสรรคมากมายตั้งแต่เด็ก ก่อนจะประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

“ผมขอขอบคุณครอบครัวของผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณลุงของผมซึ่งได้มาอยู่ที่นี่ด้วย ถือเป็นวันที่สำคัญยิ่งสำหรับผม”

นี่คือความรู้สึกของมาเน่ที่ถูกกล่าวบนเวทีหลังจากรับรางวัลอันทรงเกียรติ ซึ่งคุณลุงของเขาถือเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างมากต่อเขา โดยมาเน่เกิดที่บามบาลี เมืองเล็ก ๆ ที่ห่างไกลและทุรกันดาร แต่ด้วยพรสวรรค์ในเรื่องการเล่นฟุตบอล ทำให้เขามีความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และตั้งใจจะเดินทางไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรชั้นนำของประเทศ ติดที่ขาดแคลนเงินค่าเดินทาง ซึ่งก็เป็นคุณลุงของเขานี่เองที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือจนเขาสามารถเข้ารับการทดสอบฝีเท้าและถูกคัดเลือกในที่สุด

ด้วยฝีเท้าอันโดดเด่นจนไปเข้าตาแมวมองชาวฝรั่งเศส ทำให้เขาถูกดึงตัวไปร่วมทีมเม็ตช์ ในลีกเอิง ด้วยวัยเพียง 19 ปี ได้เริ่มต้นอาชีพนักเตะเช่นเดียวกับอดีตนักเตะชื่อดังอย่างหลุยส์ ซาฮา และโรแบร์ ปิแรส โดยชีวิตใหม่ในดินแดนน้ำหอมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สำหรับเด็กหนุ่มที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องสภาพอากาศ อาหารการกิน และวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย รวมไปถึงอาการ Homesick ที่สร้างปัญหาในการปรับตัว แต่ด้วยความมุ่งมั่นและพยายามก็ทำให้เขาโชว์ผลงานในสนามได้อย่างยอดเยี่ยมจนมีชื่อติดทีมชาติเซเนกัลชุดสู้ศึกโอลิมปิก เกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ก่อนจะถูกคว้าตัวไปร่วมทีมเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในลีกออสเตรีย จนกระทั้งย้ายมาโลดแล่นบนสังเวียนพรีเมียร์ลีกกับเซาแธมป์ตัน และลิเวอร์พูลในปัจจุบัน

ในปี 2019 มาเน่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เมื่อเป็นนักเตะคนสำคัญช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์ได้ถึง 3 รายการ ได้แก่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และฟีฟีา คลับ เวิลด์ คัพ รวมไปถึงพาทีมชาติเซเนกัลทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ก่อนจะพ่ายให้กับทีมชาติแอลจีเรียไปอย่างเฉียดฉิว เรียกได้ว่าในแต่ละเกมที่เขาได้ลงสนาม เซียนพนันที่ VWIN ต่างก็ยิ้มแก้มปริ เพราะแทบจะมั่นใจในการลงเดิมพันได้แบบ 100%

นอกจากจะเป็นนักเตะที่ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมแล้ว มาเน่ยังเป็นนักเตะที่มีทัศนคติที่ดีอีกด้วย อันจะเห็นได้จากการถูกนักข่าวตั้งคำถามเมื่อครั้งไม่มีชื่อเข้าชิงรางวัลส่วนตัวรายการใดเลย รวมไปถึงไม่มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า ทั้งที่เป็นนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับลิเวอร์พูล โดยปีกเซเนกัลตอบว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันให้เขาพยายามพัฒนาฝีเท้าของตัวเองให้เก่งขึ้นกว่าเดิม จนในที่สุดเขาก็สามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมทวีปแอฟริกามาครองได้สำเร็จ หลังจากถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ก่อนหน้านี้ถึง 3 ครั้ง แต่ก็พลาดไปทั้งหมด

มาเน่เคยพูดไว้ว่าเป้าหมายของเขาคือการคว้ารางวัลบัลลงดอร์ แม้ล่าสุดเขาจะทำได้เพียงอันดับ 4 แต่ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ หากลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์ติดมือได้เมื่อจบฤดูกาล ลูกบอลทองคำก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

อัมส์เตอร์ดัม อารีนา สนามฟุตบอลที่น่าจับตามอง

อัมส์เตอร์ดัม อารีนา สนามฟุตบอลที่น่าจับตามอง

สนามฟุตบอลในโลกนี้มีหลายต่อหลายแห่ง แต่อย่างไรก็ดีในฐานะแฟนบอลก็ควรทำความรู้จักกับสนามฟุตบอลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก อย่างอัมส์เตอร์ดัม อารีนา ตั้งอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ นับเป็นอีกหนึ่งสนามฟุตบอลที่น่าสนใจอย่างยิ่ง วันนี้เราอาสาพามาดูข้อมูลของสนามฟุตบอลแห่งนี้ ไม่แน่ว่ารู้แล้วคุณอาจจะนึกทึ่งก็เป็นได้

สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์

เห็นชื่อสนามกีฬา หลาย ๆ คนก็คงจะพอเดากันได้แล้วใช่ไหมว่าอัมส์เตอร์ดัมอารีนา เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีการใช้งบประมาณในการสร้างที่ค่อนข้างสูงถึง 140 ล้านปอนด์ สร้างตั้งแต่ปี 1993 ใช้เวลาสร้างมาจนกระทั่งถึงปี 1996 โดยความน่าสนใจก็คือ มีการใช้แข่งขันทั้งอเมริกันฟุตบอล การแข่งขันฟุตบอล การแสดงคอนเสิร์ต ด้วยความจุที่มีมากถึงเกือบเจ็ดหมื่นที่นั่ง ทำให้ที่นี่เป็นสนามที่มักจะใช้แข่งขันฟุตบอลนัดใหญ่ ๆ และการแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ ๆ บ่อยครั้ง โดยสนามแห่งนี้หลาย ๆ คนอาจจะตั้งคำถามว่าเป็นสนามที่เคยแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญอะไรมาบ้าง ก็ต้องขอตอบว่าสนามฟุตบอลแห่งนี้เคยได้รองรับการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่จัดขึ้นในปี 1998  นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่จัดขึ้นในปี 2000 อีกด้วย

สนามเหย้าของสโมสรอาเอฟเซ อายักษ์

อีกข้อมูลหนึ่งที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้มาก่อนก็คือ สนามฟุตบอลแห่งนี้เป็นแดนเหย้าของสโมสรฟุตบอลอาเอฟเซ อายักซ์ โดยทีมนี้เป็นทีมดังที่หากว่าคุณเอ่ยปากถามกับชาวเนเธอร์แลนด์แล้วทุกคนจะต้องร้องอ๋อ อย่างแน่นอน นอกจากจะเป็นสนามเหย้าของทีมสโมสรอาเอฟเซ อายักษ์แล้ว ยังเคยเป็นสนามเหย้าของทีมอเมริกันฟุตบอลอย่างทีมอัมสเตอร์ดัมแอดมิรัลส์ อีกด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าทีมอเมริกันฟุตบอลทีมนี้ได้ถูกยุบไปแล้วในปี 2007

โรงแรมที่ใกล้กับสนาม อัมส์เตอร์ดัม อารีนา

สำหรับใครที่มีโอกาสได้ไปถึงเนเธอร์แลนด์ การไปเยือนอัมส์เตอร์ดัม อารีนานับเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คุณควรเลือกโรงแรมที่พักใกล้ ๆ กับอัมส์เตอร์ดัม อารีนา ได้แก่ Jaz Amsterdam โรงแรมนี้ตั้งอยู่ในเขต Zuidoost ของกรุงอัมสเตอร์ดัม จุดเด่นก็คือที่พักมีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายฟรีทั้งโรงแรม และในห้องอาหารเองก็มีเบอร์เกอร์เนื้อและเบียร์แสนอร่อย นอกจากโรงแรมแรกแล้ว ยังมี Hampton By Hilton Amsterdam Arena Boulevard ซึ่งอยู่ถัดจาก Amsterdam Arena ตรงข้ามสถานีรถไฟและสถานีรถไฟใต้ดิน Bijlmer Arena และสุดท้าย Holiday Inn Amsterdam – Arena Towers อยู่ห่างจาก อัมสเตอร์ดัมอารีน่าเพียง 500 เมตรเท่านั้น

หากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังสนใจเรื่องสนามฟุตบอลในโลกใบนี้แล้วล่ะก็ การได้ไปเยือนสนามอัมส์เตอร์ดัม อารีนา นับเป็นประสบการณ์อันแสนล้ำค่าและน่าลองไปสักครั้งในชีวิต พบกับความอลังการยิ่งใหญ่ของสนามฟุตบอลที่เชื่อว่าใครได้เห็นเป็นต้องทึ่งเลยทีเดียว

บาร์เซโลนา ทีมดังของสเปน เส้นทางความสำเร็จมีแต่หนามกุหลาบ

บาร์เซโลนา ทีมดังของสเปน เส้นทางความสำเร็จมีแต่หนามกุหลาบ

หากเอ่ยถึงทีมฟุตบอลของสเปน เชื่อได้เลยว่านอกจากเรอัล มาดริดแล้ว ยังมีทีมบาร์เซโลนาอีกทีมหนึ่งที่มีแฟนบอลหลาย ๆ คนต่างก็ชื่นชอบ วันนี้เราเลยขอเอาใจคนที่ชื่นชอบทีมฟุตบอลบาร์เซโลนา โดยการพามาดูข้อมูลดี ๆ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน จะมีข้อมูลใดที่น่าสนใจบ้าง มาดูไปพร้อม ๆ กัน

กว่าจะมาเป็นบาร์ซาในวันนี้

สำหรับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนานั้น มักจะได้รับการเรียกขานกันในชื่อสั้น ๆ ว่าบาร์ซา ทีมสโมสรนี้ตั้งอยู่ในประเทศสเปน โดยประวัติความเป็นมาของบาร์ซาเองก็นับว่าน่าทึ่งมากทีเดียว ทีมฟุตบอลทีมนี้เริ่มต้นจากกลุ่มนักฟุตบอลสวิสเซอร์แลนด์ สเปนและอังกฤษ ผู้เริ่มก่อตั้งได้แก่ชูอัง กัมเปร์ จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งก็เพราะเขามีความหวังจะสร้างทีมฟุตบอลที่เลื่องชื่อที่สุด และได้ถ้วยโกปามากายาเป็นแชมป์แรก เพลงประจำสโมสรของที่นี่ก็คือเพลงกันเดลบาร์ซา นับเป็นเพลงที่ไพเราะมากเลยทีเดียว

ความสำเร็จของบาร์เซโลนา

หากถามถึงสโมสรที่ประสบความสำเร็จในสเปน หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของบาร์เซโลนาอย่างแน่นอน โดยบาร์เซโลนาสามารถชนะการแข่งขันในลาลีกามากถึง 22 ครั้ง ได้รางวัลโกปาเดลาลีกาทั้งหมด 2 ถ้วย นอกจากนี้ยังชนะเลิศในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 4 ครั้งอีกด้วย นับว่าเป็นสิ่งที่การันตีได้ถึงความสำเร็จของบาร์เซโลนาเลยทีเดียว

1 ในทีมที่ไม่เคยตกชั้นลาลีกา สเปน

ความน่าทึ่งอีกประการหนึ่งของบาร์เซโลนาก็คือ การที่บาร์เซโลนาเป็นทีมที่ไม่เคยตกชั้นในลีกสูงสุดของสเปน ซึ่งก็คือลาลีกานั่นเอง นอกจากบาร์เซโลนาแล้วก็ยังมีอีกสองทีม ซึ่งก็คือเรอัลมาดริด และแอทเลติกบิลบาโอ นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรฟุตบอลที่ได้ครองสามแชมป์ในปีเดียวกัน ได้แก่ ลาลีกา แชมเปียนส์ลีกและโกปาเดลเรย์

ตามมาดูสนามเหย้าของบาร์เซโลนา

อ่านมาจนถึงตอนนี้แล้ว หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าสนามเหย้าของบาร์เซโลนาคือ สนามฟุตบอลอะไร โดยเริ่มต้นนั้นบาร์เซโลนามีการใช้สนามกัมเดลาอินดุสเตรีย มีความจุทั้งหมดหนึ่งหมื่นคน แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ค้นพบว่าแฟน ๆ ของทีมมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสนามเก่ามีความจุไม่พอ ทำให้มีการสร้างสนามใหม่ขึ้นมาในปี 1922 เป็นสนาม กัมเดเลสกอตส์ ซึ่งสามารถรองรับผู้ชมการแข่งขันได้มากถึงสองหมื่นคนเลยทีเดียว ด้วยความที่แฟนบอลของทีมมีจำนวนมากขึ้นทุกปี เลยขยายอัฒจันทร์ให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดก็สามารถบรรจุได้หกหมื่นคน

สำหรับใครที่สนใจทีมบาร์เซโลน่า คงจะรู้แล้วว่าทีมนี้เป็นทีมสโมสรที่มีความเป็นมาอย่างยาวนาน ที่สำคัญยังเก่งกาจแบบหาตัวจับยาก เหมาะกับการฝากใจเป็นแฟนบอลอย่างยิ่ง ไม่แน่ว่า อ่านบทความนี้แล้ว คุณอาจจะอยากหันไปเชียร์ทีมบาร์เซโลนาเลยก็เป็นได้

3 สนามฟุตบอลสุดสวย…คอบอลไม่ควรพลาด

3 สนามฟุตบอลสุดสวย…คอบอลไม่ควรพลาด

เมื่อเอ่ยถึงความฝันของคนที่ชอบดูฟุตบอล ร้อยทั้งร้อยก็คงหนีไม่พ้นการหาโอกาสไปเยือนสนามฟุตบอลสวย ๆ ในโลกใบนี้ ด้วยเทคโนโลยีของการก่อสร้างที่ก้าวไกลก็ได้ทำให้สนามฟุตบอลในปัจจุบันมีหลายที่ซึ่งมีความสวย น่าหาโอกาสไปชมให้ได้ แต่จะมีสนามฟุตบอลของประเทศใดบ้าง อยากรู้ต้องตามมาดูกัน

1.สนาม แฮสตินส์โวลเลอร์ ประเทศไอซ์แลนด์

เอ่ยชื่อสนามแห่งนี้มาหลายคนคงไม่คุ้นหูสักเท่าไรนัก แต่ต้องบอกเลยว่าไอซ์แลนด์มีสนามฟุตบอลที่โดดเด่นและน่าไปเที่ยวอย่างยิ่ง หากคุณมองไปที่ฉากหลังของสนามฟุตบอลแห่งนี้ จะมองเห็นอดีตภูเขาไฟที่สวยงาม เคยมีลาวาไหลกรุ่นอยู่ที่ปากปล่อง แต่ปัจจุบันเป็นภูเขาไฟที่หมดพลังไปแล้ว โดยแฮสตินส์โวลเลอร์ นับเป็นสนามที่มีความเป็นมาอย่างยาวนาน เพราะว่าสร้างมานับแต่ปี 1912 และมีการปรับปรุงใหม่ถึงสองครั้ง ได้แก่ในปี 1960 และปี 2012 สนามแฮสตินส์โวลเลอร์ตั้งอยู่ในเมืองเวสมันแนนยาร์ รอบสนามจะไม่ได้มีพื้นที่หลังคาปิดบังสักเท่าไร ที่พิเศษมากไปกว่านั้นก็คือ หากใครที่ไม่อยากซื้อตั๋วเข้าไปดูการแข่งขันในสนามก็สามารถชมเกมการแข่งขันจุดโขดหินบริเวณหลังสนาม ซึ่งก็สามารถสนุกกับเกมฟุตบอลได้ไม่แพ้กัน

2.Uzhniki Stadium, Moscow, Russia

ถ้าเอ่ยถึงสนามแห่งนี้ เชื่อเลยว่าหลายคนคงคุ้นหูกันดี Uzhniki Stadium เนื่องจากเป็นสนามฟุตบอลประจำชาติของประเทศรัสเซียนั่นเอง โดยมีความจุมากถึงเจ็ดหมื่นกว่าที่นั่ง และความตั้งใจแต่เดิมในการสร้างนี้ก็คือสร้างเพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 1980 โดยภายในสนามกีฬามีจุดเด่นหลายประการ ทั้งการตั้งอยู่ริมแม่น้ำมอสโก ทำให้อากาศโดยรอบดีมาก และหากมองไปฝั่งตรงข้าม จะมองเห็นจุดชมวิวประจำมอสโก โดยความน่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ เป็นสนาม 5 ดาว โดยมีการจัดนัดชิง ได้แก่ UEFA Cup นั่นเอง

3.Old Trafford, Manchester, England

สนามฟุตบอลที่ถือเป็นความใฝ่ฝันของนักดูบอลทั้งหลายคงหนีไม่พ้นสนามฟุตบอลโอลแทรฟฟอร์ด แห่งแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยมีความจุเจ็ดหมื่นกว่าที่นั่ง และมีสัญลักษณ์มากมายที่หลาย ๆ คนถือเป็นซิกเนเจอร์ประจำสนาม ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้องถ่ายรูปคู่ด้วยให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นผนังกระจกด้านนอก หลังคาโครงเหล็ก หรือนาฬิกาที่บอกเวลา 15.40 น. ซึ่งเป็นการไว้อาลัยต่อเหตุการณ์นักฟุตบอลเครื่องบินตกในปี 1958 นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นที่เป็นสัญลักษณ์ของผู้จัดการทีมในตำนาน ไม่ว่าจะเป็นเซอร์เอล็กซ์ เฟอร์กูสันและเซอร์แมตต์ บัสบี้ ด้วยความที่ตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษ ทำให้สนามแห่งนี้ได้รับความนิยมจากคนไทยมากที่สุด และถือเป็นสนามฟุตบอลต้องห้ามพลาดหากมาเที่ยวอังกฤษ แม้ว่าจะชอบหรือไม่ชอบฟุตบอลก็ตาม

และนี่ก็คือสนามฟุตบอลที่เราคัดมาแล้วว่าสวย เด็ด เหมาะสมกับแฟนบอลอย่างยิ่ง หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันในการไปเที่ยวสนามฟุตบอลสวย ๆ ระดับโลก อย่าพลาดเป็นอันขาด

เมื่ออดีตนักเตะสวมบทผู้จัดการทีม จะรุ่งหรือจะร่วง!

เมื่ออดีตนักเตะสวมบทผู้จัดการทีม จะรุ่งหรือจะร่วง!

หลายปีที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นเวทีแสดงฝีมือของบรรดาผู้จัดการทีมชั้นแนวหน้าของโลกโดยเฉพาะทีมระดับท็อปล้วนเลือกใช้กุนซือที่มีตำแหน่งแชมป์เป็นเครื่องการันตีความสามารถทั้งนั้น แต่ปีนี้ “เชลซี” กลับเลือกใช้งาน แฟรงก์ แลมพาร์ด ในขณะที่ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ยังคงไว้วางใจในตัว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นผู้จัดการทีมรุ่นใหม่ทั้งคู่ แถมมีสถานะพ่วงท้ายเหมือนกันคือ ตำนานนักเตะของสโมสร

แลมพาร์ด ถือเป็นนักเตะคนสำคัญของเชลซี โดยลงเล่นในเกมลีกติดต่อกันถึง 164 นัด เป็นผู้ทำประตูสูงสุดของสโมสรด้วยจำนวน 211 ประตู และได้รับรางวัลผู้เล่นแห่งปีของเชลซีมากที่สุด 3 สมัย พาสิงโตน้ำเงินครามคว้า 13 แชมป์ตลอดระยะเวลา 13 ปีในถ้ำสิงห์ หลังแขวนสตั๊ดมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษเริ่มงานคุมทีม “ดาร์บี้ เคาน์ตี้” ในศึกแชมเปียนส์ชิพ โดยปีแรกก็สามารถพาทีมเกาะเขาเหล็กจบอันดับที่ 6 ได้โอกาสเตะเพลย์ออฟเพื่อเลื่อนชั้น เสียดายที่นัดชิงไปพ่ายให้กับ “แอสตัน วิลล่า” ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมนี้เชลซีจึงไม่ลังเลที่จะดึงเขากลับมารับหน้าที่ที่ว่างอยู่

ส่วนโซลชา คือหนึ่งในนักเตะขวัญใจของเหล่าแฟนผี แม้จะไม่ใช่ศูนย์หน้าตัวหลักของทีม แต่ทุกครั้งที่ได้ลงสนามก็มักจะทำประตูสำคัญได้เสมอ โดยเฉพาะประตูชัยที่แคมป์นู จนส่งให้ปีศาจแดงคว้า 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีส่วนร่วมกับ 11 แชมป์ตลอดระยะเวลา 11 ปีในโรงละครแห่งความฝัน กองหน้าชาวนอร์เวย์เริ่มต้นชีวิตหลังแขวนสตั๊ดด้วยการเป็นโค้ชกองหน้าปีศาจแดง ก่อนถูกดันให้เป็นผู้จัดการทีมสำรองในเวลาต่อมา เขาจะพาทีมสำรองคว้าแชมป์ในปี 2009/10 จนได้โอกาสรับงานผู้จัดการทีมชุดใหญ่กับ “โมลด์” ในทีมสุด โดยสามารถพาอดีตทีมสมัยเริ่มต้นอาชีพนักเตะคว้าแชมป์ลีกนอร์เวย์ 2 สมัยติด เมื่อโชโซ่มูรินโญ่ ถูกไล่ออก เขาถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราว ก่อนจะได้สัญญาถาวรจากทีมปีศาจแดงในที่สุด

ทั้งแลมพาร์ดและโซลชา ถูกปรามาสว่าจะเป็นผู้จัดการทีมคนแรกๆ ที่ถูกไล่ออกด้วยประสบการณ์ที่น้อยนิด แถมนักเตะที่ประสบความสำเร็จเมื่อผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีมให้กับต้นสังกัดเดิมต้องย้อนไปสมัย บ๊อบ เพสลีย์ ซึ่งพาลิเวอร์พูล ครองความยิ่งใหญ่ทั้งเกาะอังกฤษและเจ้ายุโรปเมื่อ 30 กว่าปีก่อนโน้น โดยนักแตะชื่อดังหลายต่อหลายคนเอาชื่อเสียงไปทิ้งกับการคุมทีมเก่าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น แกรม ซูเนสส์ นักเตะผู้ยิ่งใหญ่ของลิเวอร์พูลที่ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ทำสโมสรตกต่ำเมื่อเปลี่ยนมาคุมทีมข้างสนาม หรือแม้แต่อลัน เชียเรอร์ สุดยอดกองหน้าระดับตำนานพรีเมียร์ลีกที่พานิวคาสเซิลตกชั้นในที่สุด

ผู้จัดการทีมยุคปัจจุบันที่ประสบความสำเร็จในการคุมทีมเก่าต้องยกให้กับซีเนดีน ซีดาน, เป๊ป กวาร์ดิโอลา และดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ซึ่งล้วนแต่เป็นสโมสรประเทศสเปนทั้งสิ้น ต้องลุ้นว่าเร็วๆ นี้จะถึงคราวทีมจากอังกฤษบ้างหรือไม่ หรือทั้งคู่จะตามรอยรุ่นพี่ที่กระเด็นออกตำแหน่งไปก่อนเวลาอันควร

บททดสอบของ “มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์” เพื่อก้าวสู่กองหลังระดับโลก

บททดสอบของ “มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์” เพื่อก้าวสู่กองหลังระดับโลก

เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน เมื่อมัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ ต้องใช้เวลาอยู่บนม้านั่งสำรองตลอดทั้งเกม เพื่อดูเพื่อนร่วมทีมใหม่บุกเฉือนชนะปาร์ม่า 1-0 ประเดิมศึกกัลโช่ เซเรียอา ทั้งที่เมื่อฤดูกาลก่อนเขายังสวมปอกแขนกัปตันทีมนำอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมไล่ล่าแชมป์แทบทุกนัด เป็นกำลังสำคัญช่วยให้ต้นสังกัดเก่าคว้าดับเบิลแชมป์ในประเทศได้สำเร็จ และยังทะลุถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีกด้วย

                ฤดูกาลที่แล้ว เดอ ลิกต์ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งในลีกดัตช์และลีกยุโรป จนได้รับรางวัลส่วนตัวมากมาย ประเดิมด้วย “โกลเด้น บอย 2018” รางวัลที่มอบให้นักเตะดาวรุ่งแห่งปีของยุโรป นับเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองหลังคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ ตามด้วยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกดัตช์ และมีรายชื่อเป็นหนึ่งในทีมยอมเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รางวัลทั้งหมดส่งผลให้เขากลายเป็นนักเตะเนื้อหอมที่สุดในตลาดนักเตะรอบที่ผ่านมา

                อาแจ็กซ์รู้ดีว่าลีกดัตช์เล็กเกินไปแล้วสำหรับเดอ ลิกต์ สโมสรจึงเปิดรับทุกข้อเสนอสำหรับกัปตันอายุน้อยที่สุด บาร์เซโลน่า, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และบาเยิร์น มิวนิค พยายามอย่างหนักในการล่าลายเซ็นปราการหลังตัวกลางรายนี้ แต่สุดท้ายก็เป็นยูเวนตุสที่ได้กองหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ไปครอบครองด้วยค่าตัว 75 ล้านยูโรบวกออฟชั่นเพิ่มเติมอีก 10.5 ล้านยูโร สมน้ำสมเนื้อกับดีกรีอนาคตกองหลังระดับโลก โดยการย้ายทีมครั้งนี้กองหลังวัย 20 ปียืนยันว่าเงินไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่เพราะชื่นชอบปรัชญาการทำทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ต่างหาก แต่แล้วกุนซือชาวอีตาเลียนก็เลือกใช้บริการความเก๋าจากเลโอนาร์โด โบนุชชี่ และจอร์โจ้ คิเอลลินี่ ลงเล่นร่วมกันในนัดเปิดฤดูกาลซะอย่างนั้น

                โบนุชชี่ และคิเอลลินี่ ร่วมป้องกันประตูให้กับทีมม้าลายมาเกือบ 10 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งคู่หูปราการหลังตัวกลางชั้นนำของยุโรป จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เดอ ลิกต์จะสอดแทรกได้อย่างรวดเร็ว แม้จะผิดหวังกับการต้องตกอยู่ในสถานะตัวสำรองแต่อดีตกัปตันทีมอาแจ็กซ์ก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นผ่านบทสัมภาษณ์

“โดยปกติแล้วผมอยากลงเล่น ผมทำได้ดีตอนซ้อม ดังนั้นผมจึงไม่คาดว่าจะตกเป็นตัวสำรอง แต่ผมก็เคารพการตัดสินใจของผู้จัดการทีม ผมยอมรับว่ายังต้องปรับตัวกับการเล่นในอิตาลี ผมจะพยายามทวงตำแหน่งของผมในปีนี้ ผมทำงานอย่างหนักในเรื่องเสริมสร้างร่างกาย ซึ่งสังเกตได้ว่าผมแข็งแกร่งขึ้น”

นักวิจารณ์หลายคนมองว่า เดอ ลิกต์ ตัดสินใจย้ายออกจากอาแจ็กซ์เร็วเกินไป ควรอยู่ลงเล่นในลีกดัตช์อย่างสม่ำเสมออีกสักปี ดีกว่าต้องใช้เวลาหมดไปบนซุ้มม้านั่งสำรองซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาฝีเท้า แต่ก็สามารถเข้าใจได้ เมื่อนักเตะรุ่นพี่หลายคนที่ประสบความสำเร็จต่างแสวงหาความท้าทายเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเองกันทั้งนั้น ดังภาษิตจีนที่ว่า “หากปลาคาร์ฟไม่ว่ายฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกราก จะกลายร่างเป็นมังกรได้อย่างไร”